PrEP ซื้อที่ไหน ราคาเท่าไร รวมคำตอบที่ควรรู้

PrEP ซื้อที่ไหน ราคาเท่าไร? รวมคำตอบที่ควรรู้

ในยุคที่การป้องกันเอชไอวี (HIV) มีความสำคัญอย่างยิ่ง PrEP หรือ Pre-Exposure Prophylaxis ได้กลายเป็นทางเลือกที่หลายคนให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นยาต้านไวรัสที่ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อได้เกือบ 100% หากใช้ถูกต้องและต่อเนื่อง การมีข้อมูลที่ถูกต้องว่า PrEP ซื้อที่ไหน และราคาเท่าไร จึงเป็นคำถามสำคัญที่ผู้คนจำนวนมากอยากได้คำตอบอย่างชัดเจน การหาซื้อ PrEP ไม่ใช่แค่การซื้อยา แต่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย คุณภาพของยา การดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง และค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม บทความนี้จะอธิบายทุกประเด็นที่คุณควรรู้ ตั้งแต่พื้นฐานของ PrEP ความสำคัญ ราคา ช่องทางซื้อ ไปจนถึงปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเริ่มใช้ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกการตัดสินใจจะเป็นไปอย่างรอบคอบและปลอดภัย

ยา PrEP คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ

“Quicky"

PrEP ย่อมาจาก Pre-Exposure Prophylaxis เป็นการใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวีสำหรับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ โดยเป้าหมายคือการป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายและสร้างการติดเชื้อถาวร หลักการทำงานของ PrEP คือการสร้างระดับยาที่เพียงพอในเลือดและเนื้อเยื่อ หากเชื้อ HIV เข้ามาในร่างกายระหว่างการมีเพศสัมพันธ์หรือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน เชื้อจะไม่สามารถแพร่กระจายและฝังตัวได้ งานวิจัยระดับนานาชาติยืนยันว่า หากใช้ PrEP อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง สามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้เกือบ 100% และหากใช้ควบคู่กับถุงยางอนามัย จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่น ๆ ได้เพิ่มเติมอีก PrEP จึงถือเป็นการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูง และได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC)

PrEP ซื้อที่ไหน ในประเทศไทย

ในประเทศไทย PrEP สามารถเข้าถึงได้เฉพาะผ่านแพทย์และสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน เท่านั้น ไม่สามารถซื้อได้เองตามร้านขายยาหรือช่องทางออนไลน์ได้ โดยทั่วไปสามารถเข้าถึง PrEP ได้จาก 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

  1. โรงพยาบาลของรัฐ ในไทยปัจจุบันมียา PrEP ฟรี สำหรับผู้ที่เข้าเกณฑ์ความเสี่ยงผ่านโครงการที่สนับสนุนโดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มใช้ และติดตามทุก 3 เดือน
  2. โรงพยาบาลเอกชน ให้บริการ PrEP ภายใต้ความสะดวก รวดเร็ว และความเป็นส่วนตัวสูง มีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด ราคาสูงกว่าโรงพยาบาลรัฐ แต่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบริการแบบครบวงจร
  3. คลินิกเฉพาะทางและคลินิกชุมชน หลายแห่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการด้านสุขภาพ ทำให้มีค่าใช้จ่ายถูกลง หรือในบางกรณีไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย การดูแลโดยแพทย์ยังคงเป็นมาตรฐาน และมีบรรยากาศที่เป็นมิตรกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และหญิงข้ามเพศ

ทำไม PrEP ต้องจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น

ทำไม PrEP ต้องจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น

PrEP ไม่ใช่ยาที่สามารถซื้อได้เองตามร้านขายยาหรือผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องจากเป็นยาที่ต้องจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น และต้องได้รับการดูแลติดตามอย่างใกล้ชิด การเริ่มใช้ PrEP ไม่ได้หมายถึงการรับยาแล้วสามารถใช้ได้ทันที แต่ผู้ใช้จำเป็นต้องผ่านการตรวจเลือด เพื่อยืนยันว่าไม่มีการติดเชื้อเอชไอวี ตรวจการทำงานของตับและไต รวมถึงตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ขั้นตอนเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะหากข้ามไปอาจทำให้เกิดความเสี่ยงในการใช้ยาอย่างไม่ถูกต้อง และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

“Quicky"

นอกจากนี้ การติดตามผลทุก 3 เดือนถือเป็นหัวใจสำคัญของการใช้ PrEP เพราะช่วยให้มั่นใจว่าผู้ใช้ยังคงปลอดจากเชื้อเอชไอวี รวมถึงช่วยประเมินผลข้างเคียงจากการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง การมีแพทย์คอยกำกับดูแลจึงไม่เพียงแค่ทำให้การใช้ PrEP ปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่ยังทำให้ผู้ใช้ได้รับการดูแลสุขภาพในภาพรวมอย่างครบถ้วนอีกด้วย

ราคา PrEP ในประเทศไทย

ค่าใช้จ่ายในการรับบริการ PrEP (เพร็พ) ในประเทศไทย จะแตกต่างกันไปตามสถานพยาบาล รวมถึงการสนับสนุนจากโครงการด้านสุขภาพต่าง ๆ โดยแบ่งได้ดังนี้

“ChatLove2test"

โรงพยาบาลของรัฐ

  • ผู้ที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสามารถรับ PrEP ได้ ฟรี ผ่านโครงการที่สนับสนุนโดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
  • หากไม่อยู่ในเกณฑ์กลุ่มเสี่ยง อาจมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

โรงพยาบาลเอกชน

“PrEPLove2test"
  • ราคาประมาณ 1,500 – 5,000 บาทต่อเดือน ครอบคลุมทั้งค่ายา ค่าตรวจสุขภาพ และค่าบริการ
  • ราคาขึ้นอยู่กับ ยี่ห้อของยา และอัตราค่าบริการของแต่ละโรงพยาบาล

คลินิกเฉพาะทาง และคลินิกชุมชน

  • ส่วนใหญ่เกิดจากการสนับสนุนของโครงการสาธารณสุขหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • หลายแห่งมีบริการ ฟรี หรือมีค่าใช้จ่ายเพียง ไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน

การตรวจสุขภาพก่อนและระหว่างใช้ PrEP

มาตรฐานการใช้ PrEP กำหนดให้มีการตรวจสุขภาพทั้งก่อนเริ่มใช้และระหว่างใช้ยา โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ก่อนเริ่มใช้ PrEP: ต้องตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวี ตรวจการทำงานของตับและไต และตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • ระหว่างใช้ PrEP: ต้องตรวจติดตามทุก 3 เดือน เพื่อยืนยันว่าไม่มีการติดเชื้อใหม่ และตรวจสอบการทำงานของอวัยวะภายใน

การตรวจอย่างสม่ำเสมอช่วยให้มั่นใจว่าการใช้ PrEP มีความปลอดภัยสูงสุด และลดความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว

เปรียบเทียบ ข้อดีและข้อเสีย ของแต่ละช่องทาง

การเลือกว่าจะซื้อ PrEP ที่ไหนขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โรงพยาบาลของรัฐมีข้อดีเรื่องราคาที่ถูกกว่า แต่ต้องรอคิวนาน โรงพยาบาลเอกชนมีบริการที่รวดเร็วและเป็นส่วนตัว แต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ส่วนคลินิกชุมชนเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นมิตร ราคาไม่แพง และยังได้รับการดูแลจากแพทย์เช่นเดียวกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ว่าคุณจะเลือกช่องทางไหน PrEP จะต้องจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น และมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

PrEP แบบเม็ด และแบบฉีด ต่างกันอย่างไร ?

PrEP แบบเม็ด และแบบฉีด ต่างกันอย่างไร

ปัจจุบัน PrEP มีให้เลือกทั้งในรูปแบบยาเม็ด และแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อ โดยยาเม็ดต้องรับประทานเป็นประจำทุกวัน หรือในบางกรณีสามารถใช้เฉพาะช่วงที่มีความเสี่ยง ส่วน PrEP แบบฉีด จะออกฤทธิ์ยาวนานกว่าหลังจากได้รับการฉีด ทำให้ไม่ต้องกังวลกับการกินยาทุกวัน การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับความสะดวก ไลฟ์สไตล์ ความเหมาะสมทางสุขภาพ และคำแนะนำจากแพทย์ หากเป็นผู้ที่สามารถรับประทานยาได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ แบบเม็ดก็ถือว่าเหมาะสม ขณะที่แบบฉีดช่วยลดภาระเรื่องการกินยา แต่ต้องเข้ารับบริการฉีดตามนัดที่แพทย์กำหนด ไม่ว่าจะเลือกใช้ในรูปแบบใด ทั้งยาเม็ด และยาฉีดต่างก็มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี

อ่านบทความที่น่าสนใจ

การใช้ PrEP อย่างถูกต้องไม่เพียงช่วยป้องกันคุณจากเอชไอวี แต่ยังช่วยสร้างความมั่นใจในชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญคือการใช้ PrEP ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มใช้ และตรวจติดตามทุก 3 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด

แหล่งที่มา

  • World Health Organization (WHO). Guidelines on when to start antiretroviral therapy and on pre-exposure prophylaxis for HIV. Geneva: WHO; 2015. https://www.who.int/hiv/pub/guidelines/earlyrelease-arv/en/
  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Pre-exposure Prophylaxis (PrEP). Atlanta: CDC; 2024. https://www.cdc.gov/hiv/basics/prep.html
  • UNAIDS. PrEP and the prevention of HIV infection: policy brief. Geneva: UNAIDS; 2021. https://www.unaids.org/en/resources/documents/2021/PrEP-policy-brief

Similar Posts

  • | | | | |

    Undetectable แล้วไม่ป้องกันได้ไหม ปลอดภัยจริงไหม?

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวคิด หรือ “U=U” ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการแพทย์และสาธารณสุข โดยคำว่า “Undetectable” หมายถึงการที่ปริมาณไวรัส HIV ในเลือดของผู้ติดเชื้อลดต่ำจนไม่สามารถตรวจพบได้ด้วยการทดสอบมาตรฐาน ซึ่งเกิดจากการที่ผู้ติดเชื้อได้รับการบำบัดด้วยยาต้านไวรัส (ART) อย่างสม่ำเสมอ แนวคิด U=U เป็นที่ยอมรับทางวิทยาศาสตร์ว่า ผู้ที่มีปริมาณไวรัส HIV ต่ำจนตรวจไม่พบ ไม่สามารถแพร่เชื้อให้คู่นอนผ่านการมีเพศสัมพันธ์ได้ อย่างไรก็ตาม คำถามที่หลายคนยังคงสงสัยคือ ถ้าไวรัสตรวจไม่พบแล้ว สามารถมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยได้ไหม และมันปลอดภัยจริงหรือ?

  • |

    โรคเอดส์ ทำความเข้าใจให้ถูกต้อง ป้องกันได้ รักษาได้

    “โรคเอดส์” หรือ AIDS (Acquired Immune Deficiency Syndrome) เป็นคำที่หลายคนเคยได้ยินมาตั้งแต่อดีต และในบางครั้งยังถูกใช้อย่างคลาดเคลื่อน จนเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคนที่อยู่ร่วมกับเชื้อ HIV ซึ่งเป็นไวรัสต้นเหตุของโรคเอดส์อย่างแท้จริง บางคนเข้าใจว่า HIV และเอดส์คือสิ่งเดียวกัน หรือเข้าใจว่าเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาได้และต้องเสียชีวิตในเวลาอันสั้น แต่ในความเป็นจริง ปัจจุบันความรู้ทางการแพทย์ได้พัฒนาไปไกลมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจโรคเอดส์ อย่างถูกต้อง แยกให้ออกระหว่างการติดเชื้อ HIV กับการเป็นเอดส์ พร้อมทั้งพูดถึงวิธีการป้องกัน การรักษา และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพของผู้ที่ติดเชื้อ HIV ในปัจจุบัน HIV และเอดส์ ต่างกันอย่างไร ? อาการเหล่านี้มักไม่เกิดขึ้นพร้อมกัน และมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัย HIV จึงเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุด การวินิจฉัยและตรวจหา HIV การตรวจ HIV ในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็ว ทั้งในโรงพยาบาล คลินิกเวชกรรม หรือคลินิกชุมชนที่ให้บริการโดยไม่เปิดเผยชื่อ นอกจากนี้ยังมีชุดตรวจ HIV ด้วยตนเองที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาที่ได้รับอนุญาต การตรวจควรทำภายหลังมีพฤติกรรมเสี่ยงอย่างน้อย 2 – 4 สัปดาห์ และอาจต้องตรวจซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์ หากพบว่าติดเชื้อ…

  • | | |

    ทำความเข้าใจก่อนใช้ยาเพร็พ และยาเป๊ป

    สิ่งสำคัญของยาต้านไวรัสเอชไอวีคือ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวี ทั้งก่อนและหลังการสัมผัสเชื้อ หากพูดถึงวิธีป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี คนส่วนใหญ่จะนึกถึงการสวมถุงยางอนามัย ซึ่งเป็นวิธีป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อที่ปลอดภัย และลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ PrEP & PEP ทำงานอย่างไร? กลไกของยา PrEP จะไปสะสมอยู่ในเม็ดเลือดขาวในเลือดและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย รวมทั้งอวัยวะที่เป็นช่องทางเข้าของเชื้อเอชไอวี เช่น ช่องคลอด ปากมดลูก ปากทวารหนัก เยื่อบุอวัยวะสืบพันธุ์ชาย ฯลฯ เมื่อเชื้อเอชไอวี เข้าไปในร่างกายในช่องทางดังกล่าว เชื้อก็จะถูกยาที่สะสมอยู่ก่อนหน้านั้นยับยั้งไม่ให้แบ่งตัว จึงสามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ได้ แต่ก่อนจะเริ่มกินยา PrEP ต้องมีการตรวจเลือดให้แน่ใจก่อนว่าไม่ได้ติดเชื้อมาก่อน หรือมีผลเลือดเป็นลบ และต้องตรวรค่าการทำงานของไต ซึ่งไม่จำเป็นต้องกินยาตลอดชีวิต แต่กินยาเฉพาะช่วงที่คิดว่าจะตัวเองจะมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ PEP ยาต้านไวรัสไอวีที่ช่วยลดโอกาสในการสร้างไวรัสเอชไอวีในร่างกายหลังจากที่ร่างกายได้รับการสัมผัสเชื้อ ซึ่งมาจากหลายรูปแบบ อาทิ การมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ป้องกัน การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หรืออุบัติเหตุจากการโดนเข็มฉีดยาตำ เป็นต้น PrEP & PEP เหมาะกับใคร ใครบ้างที่ควรได้รับยา PrEP เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวีสูง  PEP เหมาะสำหรับผู้ที่คาดว่ามีการสัมผัสเชื้อเอชไอวี มาภายในระยะเวลาไม่เกิน 72…

  • Love2Test แพลตฟอร์มสุขภาพทางเพศที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน

    ปัจจุบัน สุขภาพทางเพศเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) และเอชไอวี (HIV) ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนทั่วโลก แม้ว่าความก้าวหน้าทางการแพทย์จะช่วยให้มีวิธีป้องกันและรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่การเข้าถึงบริการเหล่านี้ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับหลายคน Love2Test จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนสามารถตรวจหาเอชไอวีและดูแลสุขภาพทางเพศได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว บทบาทสำคัญของLove2Test ในการลดการแพร่ระบาดของเอชไอวีในประเทศไทย ความสำคัญของการตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ การตรวจหาเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรค การตรวจพบเชื้อในระยะแรกช่วยให้สามารถเริ่มต้นการรักษาได้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการแพร่เชื้อและช่วยให้ผู้ติดเชื้อสามารถมีสุขภาพที่ดี ใช้ชีวิตได้อย่างปกติ สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง การใช้ ยา PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ขณะที่ PEP (Post-Exposure Prophylaxis) เป็นตัวเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงหลังจากได้รับเชื้อ การตรวจสุขภาพทางเพศอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงช่วยป้องกันโรค แต่ยังเป็นการดูแลตัวเองและคนที่คุณรักให้ปลอดภัยอีกด้วย บริการที่ครอบคลุมจากLove2Test Love2Testมอบบริการด้านสุขภาพทางเพศแบบครบวงจร ได้แก่ Love2Testทำให้การดูแลสุขภาพทางเพศเป็นเรื่องง่ายและไร้กังวล ใครบ้างที่ควรใช้ Love2Test แพลตฟอร์มนี้ออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการตรวจเอชไอวีและข้อมูลด้านสุขภาพทางเพศได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว โดยเหมาะสำหรับ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในกลุ่มใด Love2Testพร้อมเป็นตัวช่วยในการดูแลสุขภาพทางเพศของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ ช่องทางการเข้าถึงLove2Test คุณสามารถเข้าถึงบริการของLove2Test ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้ อ่านบทความอื่น…

  • ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง

    การติดเชื้อเอชไอวีนับว่าเป็นปัญหาระดับโลกที่หน่วยงานระดับสากล ได้ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยมุ่งหวังที่จะลดอัตราการติดเชื้อเอชไอวีให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่สามารถค้นพบวิธีการรักษาให้หายขาดได้ 100% แต่การพัฒนาที่ก้าวล้ำมากที่สุดในตอนนี้ คือการรักษาผู้ป่วยให้สามารถมีชีวิตร่วมกับเชื้อเอชไอวีได้อย่างปกติ และที่ขาดไม่ได้คือการพัฒนาชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ( HIV Self Test) ซึ่งมีส่วนช่วยในการตรวจคัดกรองเอชไอวีเบื้องต้นได้ง่ายดาย อีกทั้งยังเข้าถึงผู้เสี่ยงต่อการติดเชื้อในระดับครัวเรือนอย่างทั่วถึงมากขึ้นด้วยเช่นกัน ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองคืออะไร? ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ( HIV Self Test) คือ ชุดเครื่องมือที่ทางการแพทย์ที่ได้ออกแบบมาอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ที่ต้องการทราบผลเลือดได้สามารถตรวจด้วยตัวเองอย่างสะดวกรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ผ่านความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี แต่ไม่ต้องการหรือไม่สะดวกในการเข้ารับการตรวจคัดกรองยังสถานพยาบาล เนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัวมากกว่า ซึ่งชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองได้มีการพัฒนาขึ้นโดยมีจุดประสงค์ให้ผู้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงการตรวจเอชไอวีได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยชุดตรวจที่มีประสิทธิภาพจะต้องได้รับการรับรองจากองค์กรระดับสากลอย่างถูกต้อง ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองดีไหม น่าเชื่อถือหรือไม่?  บทความอื่นๆ : มารู้จักเอดส์ กับระยะของการติดเชื้อ และผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงสังเกตตนเองอย่างไร จองตรวจเอชไอวี ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย : Love2test

  • | | |

    ยาเพร็พ (PrEP) ป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อเอชไอวี

    ยาต้านไวรัสเอชไอวีเป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งหรือต้านการแบ่งตัวของเชื้อเอชไอวี ช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด T-cell มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อได้สูงสุดถึง 99% หากมีการใช้อย่างถูกวิธี เพื่อให้ร่างกายมีระดับยาที่เพียงพอในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยต้องจะรับประทานยาติดต่อกันทุกวันตลอดช่วงที่ยังมีความเสี่ยงอยู่ และการใช้ยาในลักษณะนี้จะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ โดยผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการตรวจเลือดก่อนเริ่มยาว่าตนไม่มีเชื้อเอชไอวี อยู่ก่อนแล้ว  ใครบ้างที่ควรได้รับยาเพร็พ (PrEP) ยาเพร็พ (PrEP) ป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ได้กี่เปอร์เซ็นต์ การใช้ยา PrEP อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง โดยกินต่อเนื่องทุกวันไปอย่างน้อย 7 วันก่อนที่จะมีความเสี่ยง จะช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อเอชไอวี จากการมีเพศสัมพันธ์ได้มากกว่า 90 % ส่วนในกรณีของผู้ใช้ยาเสพติดแบบฉีด สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อลงได้ถึง 70% ดังนั้นถ้าเราอยากจะป้องกันให้ดีที่สุด ก็ควรกิน PrEP และใช้ถุงยางอนามัยด้วย เพราะหากพลาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป (เช่น ถุงยางแตก หรือคู่ไม่ยอมใส่ หรือลืมกิน PrEP) ก็มีอีกอย่างที่ช่วยป้องกันเราจากการติดเชื้อเอชไอวีได้ ทำไงถ้าลืมทานยาเพร็พ (PrEP) หากลืมกินยา หรือกินยาไม่ตรงเวลาอย่างต่อเนื่อง สามารถ รัประทานห่างกันได้ไม่เกิน 6 ชั่วโมง หากลืมเมื่อใด แล้วนึกออกให้รับประทานทันที แต่หากลืมเกิน 7 วัน ให้เริ่มนับ…