โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีอะไรบ้าง คำตอบคือมีหลายสิบโรค แต่ที่พบบ่อยในบริการจริงรวมกันอยู่ในสามกลุ่มตามชนิดของเชื้อ คือกลุ่มแบคทีเรีย กลุ่มไวรัส และกลุ่มปรสิตกับเชื้อรา ซึ่งแต่ละกลุ่มใช้วิธีตรวจและแนวทางดูแลไม่เหมือนกัน หน้านี้จึงทำหน้าที่เป็นแผนที่ให้รู้ว่ามีโรคอะไรอยู่ในกลุ่มใด และการตรวจแบบไหนใช้แยกโรคเหล่านั้นออกจากกัน
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีอะไรบ้าง แบ่งเป็นกลุ่มไหน
องค์การอนามัยโลกระบุว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบมากที่สุดในระดับโลกมีอยู่ไม่กี่โรค และส่วนใหญ่รักษาหรือควบคุมได้ถ้าตรวจพบ การจัดกลุ่มตามชนิดเชื้อช่วยให้เข้าใจว่าทำไมบางโรคกินยาแล้วหายขาด บางโรคอยู่ในร่างกายต่อไปแต่คุมอาการได้ และบางโรคมีวัคซีนให้ป้องกันล่วงหน้า
| กลุ่มของเชื้อ | ตัวอย่างโรคที่พบบ่อย | สิ่งที่มักเป็นจริงกับกลุ่มนี้ |
|---|---|---|
| แบคทีเรีย | ซิฟิลิส หนองใน หนองในเทียม แผลริมอ่อน | มักรักษาให้หายได้ด้วยยาตามแนวทาง และมักต้องรักษาคู่ไปด้วย |
| ไวรัส | เริมที่อวัยวะเพศ หูดหงอนไก่ เอชพีวี ไวรัสตับอักเสบบี เอชไอวี | ส่วนใหญ่ควบคุมอาการและลดการถ่ายทอดได้ บางโรคมีวัคซีน แต่ยังอยู่ในร่างกายต่อไป |
| ปรสิตและเชื้อรา | พยาธิในช่องคลอด โลน หิด | มักรักษาหายและต้องดูแลเรื่องเสื้อผ้าเครื่องนอนร่วมด้วย |
ตารางนี้ใช้สำหรับทำความเข้าใจภาพรวม ไม่ใช่สำหรับจับคู่อาการของตัวเองกับชื่อโรค การแยกโรคต้องอาศัยผลตรวจจากตัวอย่างที่เก็บถูกตำแหน่ง ไม่ใช่การเทียบจากรายการชื่อโรคหรือจากรูปภาพในอินเทอร์เน็ต
อีกเรื่องที่ควรรู้ไว้ตั้งแต่ต้นคือโรคกลุ่มนี้ไม่ได้ติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพียงทางเดียว บางโรคถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกช่วงตั้งครรภ์หรือคลอดได้ บางโรคติดต่อทางเลือดหรือการใช้เข็มร่วมกัน และบางโรคติดจากการสัมผัสผิวหนังที่มีรอยโรคโดยไม่ต้องมีการสอดใส่ ชื่อกลุ่มโรคจึงบอกช่องทางที่พบบ่อยที่สุด ไม่ใช่ช่องทางเดียวที่เป็นไปได้
อาการของแต่ละโรคคล้ายกันมากกว่าที่คิด
สิ่งที่ทำให้คนตัดสินผิดบ่อยที่สุดคือการเชื่อว่าโรคแต่ละโรคมีหน้าตาเฉพาะตัว ความจริงคืออาการของโรคกลุ่มนี้ทับกันเป็นส่วนใหญ่ แผลที่อวัยวะเพศเกิดได้จากหลายโรค ของเหลวผิดปกติหรืออาการแสบขัดเวลาปัสสาวะก็เกิดได้จากหลายเชื้อเช่นกัน และบางคนมีทั้งสองแบบพร้อมกันจากสองโรคในเวลาเดียว
ที่สำคัญกว่านั้นคือหลายโรคในกลุ่มนี้ไม่มีอาการเลยเป็นเวลานาน การถามกันว่า "รู้สึกปกติไหม" หรือการดูจากภายนอกจึงยืนยันอะไรไม่ได้ และการไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าไม่ต้องตรวจ โดยเฉพาะเมื่อมีคู่ใหม่ คู่แจ้งผลตรวจ หรือมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ใช้ถุงยาง
สำหรับคนที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี การรักษาเอชไอวีไม่ได้ทำให้ทุกอาการที่เกิดขึ้นเป็นผลจากเอชไอวี อาการใหม่ควรได้รับการประเมินตามอาการ ตำแหน่งที่สัมผัส และผลตรวจจริง ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมาใช้เองหรือสรุปโรคจากรูปภาพ เพราะการใช้ยาผิดโรคทำให้อาการไม่หาย เสียเวลา และเพิ่มปัญหาเชื้อดื้อยา
ตรวจแยกโรคด้วยตัวอย่างอะไร และเก็บจากตำแหน่งไหน
คำว่า "ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์" ไม่ใช่การตรวจรายการเดียว แต่เป็นชุดการตรวจที่เลือกตามประวัติของผู้รับบริการ แนวทางเวชปฏิบัติด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของออสเตรเลียอธิบายไว้ชัดว่าการตรวจคนที่ไม่มีอาการต้องเลือกตำแหน่งเก็บตัวอย่างตามชนิดของการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ใช่เก็บจากจุดเดียวแล้วถือว่าครอบคลุมทุกความเสี่ยง
- ตรวจจากเลือด ใช้กับซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบี และเอชไอวี
- ตรวจจากปัสสาวะหรือสารคัดหลั่งจากอวัยวะเพศ ใช้กับหนองในและหนองในเทียม
- เก็บตัวอย่างจากคอหรือทวารหนัก ใช้เมื่อมีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือทางทวารหนัก
- ดูแผลหรือตุ่มและเก็บตัวอย่างจากรอยโรคโดยตรง ใช้กับเริมและโรคที่มีแผล
สิ่งที่ช่วยให้ได้ชุดตรวจที่ตรงที่สุดคือการบอกเจ้าหน้าที่ตามจริงว่ามีเพศสัมพันธ์ทางปาก ทางช่องคลอด หรือทางทวารหนัก และเหตุนั้นเกิดเมื่อไร ข้อมูลนี้ใช้เลือกตำแหน่งเก็บตัวอย่าง ไม่ได้ใช้ตัดสินใคร ถ้ากังวลเรื่องความลับ ขอให้หน่วยบริการอธิบายก่อนว่าผลจะถูกบันทึกที่ใดและใครเห็นได้ รวมถึงเลือกช่องทางแจ้งผลที่ปลอดภัยสำหรับตัวเอง
คำในใบผลตรวจที่มักอ่านสลับความหมาย
เมื่อได้ใบผลมา คำที่สร้างความสับสนมากที่สุดคือคำว่าคัดกรองกับยืนยัน การตรวจคัดกรองออกแบบมาให้ไวต่อการจับสัญญาณ จึงคัดคนที่ควรตรวจต่อออกมาก่อน ส่วนการตรวจยืนยันทำเพื่อชี้ชัดว่าเป็นโรคนั้นจริงหรือไม่ ผลคัดกรองที่มีปฏิกิริยาจึงยังไม่ใช่คำวินิจฉัย และไม่ควรใช้เริ่มการรักษาด้วยตัวเอง
คำว่าไม่พบเชื้อในใบผลหมายถึงการตรวจครั้งนั้นไม่พบสิ่งที่วิธีนั้นมองหา ซึ่งต่างจากคำว่าไม่มีโรค เพราะถ้าเก็บตัวอย่างผิดตำแหน่งหรือเก็บเร็วเกินไปหลังสัมผัสเชื้อ ผลก็ออกมาไม่พบได้ทั้งที่มีเชื้ออยู่ ด้วยเหตุนี้ใบผลจึงมักมีข้อความให้ตรวจซ้ำหรือให้กลับมาตามนัดกำกับไว้
อีกคู่ที่สับสนกันบ่อยคือการเพาะเชื้อกับการตรวจหาสารพันธุกรรม การเพาะเชื้อใช้ดูว่าเชื้อตอบสนองต่อยาชนิดไหน ส่วนการตรวจหาสารพันธุกรรมใช้บอกว่ามีเชื้อชนิดนั้นอยู่หรือไม่ ทั้งสองอย่างตอบคำถามต่างกัน จึงอาจถูกสั่งพร้อมกันได้ และคนที่อ่านผลให้เข้าใจทั้งชุดคือผู้ให้บริการที่สั่งตรวจ ไม่ใช่การเทียบกับผลของคนอื่น
ตรวจเจอหนึ่งโรค มักต้องตรวจอะไรเพิ่ม
เมื่อตรวจเจอโรคหนึ่งในกลุ่มนี้ หน่วยบริการมักเสนอให้ตรวจโรคอื่นในกลุ่มเดียวกันเพิ่ม เพราะเหตุสัมผัสครั้งเดียวสามารถพาเชื้อมาได้มากกว่าหนึ่งชนิด และบางโรคที่พบร่วมกันบ่อยก็ไม่มีอาการให้สังเกต การตรวจเพิ่มจึงไม่ใช่การขายบริการ แต่เป็นการปิดช่องที่ผลครั้งเดียวตอบไม่ได้
นอกจากการตรวจเพิ่ม เรื่องที่ควรคุยในนัดเดียวกันคือวัคซีนที่เหมาะกับตัวเอง เช่น วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีและเอชพีวี การดูแลคู่ที่อาจสัมผัสเชื้อ และการนัดตรวจติดตามเพื่อดูว่าการรักษาได้ผล ส่วนวิธีคุยกับคู่และการเลือกวิธีป้องกันที่เข้ากับชีวิตจริงอยู่ในบทความ หลังวินิจฉัย HIV ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างไร ของเว็บนี้
ถ้าอยากอ่านรายละเอียดของโรคใดโรคหนึ่งในตารางด้านบน เว็บนี้มีหน้าแยกของแต่ละโรคอยู่แล้ว เช่น ซิฟิลิส รู้เร็ว รักษาได้ และถ้าต้องการภาพรวมฉบับมูลนิธิ อ่านได้ที่ STI: รู้ทัน ตรวจเป็น และรักษาได้
คำถามที่พบบ่อย
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่างจากกามโรคไหม
เป็นเรื่องเดียวกัน คำว่ากามโรคเป็นคำเก่าที่ยังได้ยินอยู่ ปัจจุบันเอกสารวิชาการและหน่วยบริการใช้คำว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นหลัก
ตรวจชุดใหญ่ครั้งเดียวจบทุกโรคได้ไหม
ไม่มีชุดตรวจเดียวที่ครอบคลุมทุกโรค เพราะแต่ละโรคใช้ตัวอย่างและตำแหน่งเก็บไม่เหมือนกัน หน่วยบริการจะเลือกรายการตามประวัติที่ได้รับ
ถ้าไม่มีอาการ ตรวจไปก็เสียเงินเปล่าหรือไม่
ไม่เปล่า เพราะหลายโรคในกลุ่มนี้เงียบมาก การตรวจเมื่อมีเหตุสัมผัสช่วยให้เจอเร็วและรักษาก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน
รักษาหายแล้วติดใหม่ได้อีกไหม
ได้ โรคกลุ่มแบคทีเรียติดซ้ำได้ทุกครั้งที่สัมผัสเชื้อใหม่ การรักษาครั้งก่อนไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันไว้ให้
ต้องรักษาคู่ด้วยทุกครั้งหรือไม่
หลายโรคต้องดูแลคู่ไปพร้อมกันเพื่อไม่ให้ส่งเชื้อกลับไปมา หน่วยบริการจะช่วยอธิบายว่าควรแจ้งคู่ช่วงเวลาไหนและแจ้งอย่างไรให้ปลอดภัย
สรุป
การรู้ว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีอะไรบ้างมีประโยชน์ตรงที่ทำให้ขอตรวจได้ตรงจุด ไม่ใช่เพื่อเดาโรคของตัวเอง
- โรคในกลุ่มนี้แบ่งตามชนิดเชื้อได้สามกลุ่ม คือแบคทีเรีย ไวรัส และปรสิตกับเชื้อรา
- อาการของแต่ละโรคทับกัน และหลายโรคไม่มีอาการ จึงแยกด้วยตาเปล่าไม่ได้
- การตรวจต้องเลือกตัวอย่างและตำแหน่งตามชนิดของการมีเพศสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น
- ตรวจเจอหนึ่งโรคมักต้องตรวจเพิ่ม และควรคุยเรื่องวัคซีนกับการดูแลคู่ในนัดเดียวกัน
ขั้นต่อไปที่ทำได้เลยคือจดเหตุที่กังวลกับวันที่เกิดขึ้น แล้วบอกหน่วยบริการตามนั้นเพื่อให้เลือกชุดตรวจได้ครบในรอบเดียว
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- องค์การอนามัยโลก: ข้อมูลพื้นฐานเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- แนวทางเวชปฏิบัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ออสเตรเลีย: การตรวจคนที่ไม่มีอาการ
- กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค
- ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย: ความรู้เรื่องการตรวจและการดูแล
แหล่งอ้างอิงที่ตรวจทาน
ตรวจทานแหล่งข้อมูลล่าสุด: 5 ตุลาคม 2569


