การตรวจมะเร็งปากมดลูกเมื่อมีเชื้อเอชไอวี มีคำแนะนำให้เริ่มเร็วกว่าและถี่กว่าผู้หญิงทั่วไป องค์การอนามัยโลกแนะนำให้เริ่มตั้งแต่อายุ 25 ปี และตรวจทุก 3 ถึง 5 ปี ส่วนราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยแนะนำให้เริ่มตั้งแต่อายุ 21 ปี หรือเมื่อมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว 1 ปีขึ้นไป รอบตรวจเป็นทุกปีหรือทุก 3 ปีตามวิธีตรวจและอายุ รอบของตัวเองให้ถามแพทย์ที่ดูแล อย่าเลื่อนหรือข้ามเอง และถ้ามีเลือดออกผิดปกติหรืออาการอื่นที่กังวล ให้ไปพบแพทย์โดยไม่ต้องรอรอบตรวจ
ตรวจมะเร็งปากมดลูกเมื่อมีเชื้อเอชไอวี ความเสี่ยงต่างจากคนทั่วไปอย่างไร
มะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดเกิดจากเชื้อเอชพีวี (HPV) ซึ่งเป็นเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์และพบได้บ่อย องค์การอนามัยโลกระบุว่าผู้หญิงที่มีเชื้อเอชไอวีมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกมากกว่าผู้หญิงที่ไม่มีเชื้อ 6 เท่า
ระยะเวลาก็ต่างกัน องค์การอนามัยโลกอธิบายว่าโดยทั่วไปเซลล์ที่ผิดปกติใช้เวลา 15 ถึง 20 ปีกว่าจะกลายเป็นมะเร็ง แต่ในผู้หญิงที่ภูมิคุ้มกันอ่อนลง เช่น ผู้ที่มีเชื้อเอชไอวีและยังไม่ได้รักษา กระบวนการนี้อาจเร็วขึ้นเหลือ 5 ถึง 10 ปี และเขียนไว้ด้วยว่ารอยโรคก่อนมะเร็งแทบไม่ทำให้มีอาการ การตรวจคัดกรองเป็นประจำจึงสำคัญ
ผู้ที่คุมเชื้อได้ดีก็ยังตรวจพบรอยโรคได้ งานวิจัยในประเทศไทยที่ตีพิมพ์ปี 2568 ซึ่งทำเพื่อเทียบวิธีคัดกรอง ใช้ข้อมูลผู้หญิงที่มีเชื้อ 179 คนที่ติดตามนาน 3 ปี ทุกคนกินยาต้านไวรัสและคุมเชื้อได้ดี ในการมาตรวจ 251 ครั้งที่มีผลชิ้นเนื้อให้เทียบ พบรอยโรคที่ปากมดลูกระดับปานกลางขึ้นไป 40 ครั้ง
ตัวเลขนี้นับเฉพาะครั้งที่มีการตัดชิ้นเนื้อ จึงไม่ใช่สัดส่วนของผู้หญิงที่มีเชื้อทั้งหมด อ่านเรื่องเชื้อเอชพีวีเพิ่มได้ที่ โรคร่วมระหว่างรักษา HIV: เคล็ดลับห่างไกลจาก โรค HPV
อายุที่เริ่มคัดกรองและระยะห่างแต่ละรอบ สี่แหล่งเขียนไว้ไม่เท่ากัน
แถวแรกและแถวที่สามของตารางเขียนสำหรับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี แถวของราชวิทยาลัยฯ เขียนสำหรับสตรีที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งรวมผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี แถวสุดท้ายเป็นรอบของโครงการคัดกรองทั่วไป
| แหล่ง | เริ่มเมื่อไร | ตรวจถี่แค่ไหน |
|---|---|---|
| องค์การอนามัยโลก | อายุ 25 ปี (ผู้หญิงทั่วไป 30 ปี) | ทุก 3 ถึง 5 ปี (ผู้หญิงทั่วไปทุก 5 ถึง 10 ปี) |
| ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย แนวทางปี 2566 | อายุ 21 ปี หรือมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว 1 ปีขึ้นไป | อายุ 21 ถึง 25 ปี ตรวจเซลล์ปากมดลูกทุกปี ถ้าปกติต่อเนื่อง 3 ครั้งตรวจทุก 2 ปีได้ อายุ 25 ปีขึ้นไป ตรวจหาเชื้อเอชพีวี หรือตรวจคู่กับการตรวจเซลล์ ถ้าผลปกติตรวจซ้ำที่ 3 ปี |
| แนวทางการรักษาเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 หัวข้อการดูแลผู้ใหญ่ | เมื่อทราบว่ามีเชื้อครั้งแรก | ตรวจแปปสเมียร์ปีละ 1 ครั้ง และตรวจซ้ำเมื่อมีข้อบ่งชี้ |
| โครงการคัดกรองทั่วไปของรัฐ ตามที่งานวิจัยไทยปี 2568 สรุปไว้ | อายุ 30 ถึง 60 ปี | ตรวจหาเชื้อเอชพีวีทุก 5 ปี ใช้กับผู้หญิงทุกคน รวมผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี |
โครงการทั่วไปในแถวสุดท้ายเริ่มช้ากว่าและรอบห่างกว่าที่ราชวิทยาลัยฯ แนะนำ แถวนี้มาจากบทสรุปในงานวิจัย ไม่ใช่ประกาศสิทธิ เรื่องสิทธิของตัวเองให้ถามหน่วยบริการ ถ้าคุณได้รับนัดตามรอบทั่วไป ให้ถามแพทย์ที่ดูแลว่าควรเริ่มเร็วหรือตรวจถี่กว่านั้นหรือไม่
แปปสเมียร์กับการหาเชื้อเอชพีวี สองวิธีที่ดูคนละอย่าง
การตรวจในตารางข้างต้นมีสองแบบ แบบแรกคือการตรวจเซลล์ปากมดลูก หรือแปปสเมียร์ เป็นการเก็บเซลล์ไปดูว่าเริ่มเปลี่ยนแปลงหรือยัง แบบที่สองคือการตรวจหาเชื้อเอชพีวีชนิดเสี่ยงสูง เป็นการหาตัวเชื้อที่เป็นต้นเหตุ
การตรวจหาเชื้อเอชพีวีมีแบบเก็บตัวอย่างด้วยตัวเองด้วย องค์การอนามัยโลกระบุว่าตัวอย่างที่เก็บเองให้ผลน่าเชื่อถือพอกับที่บุคลากรเก็บให้ ส่วนราชวิทยาลัยฯ แนะนำว่าการตรวจครั้งแรก หรือเมื่อมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่เป็นผู้เก็บ

ผลคัดกรองปากมดลูกผิดปกติ ขั้นต่อไปคืออะไร
ผลคัดกรองที่ผิดปกติยังไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง องค์การอนามัยโลกอธิบายว่าเมื่อผลคัดกรองเป็นบวก ผู้ให้บริการตรวจดูต่อได้ว่าปากมดลูกมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เช่น รอยโรคก่อนมะเร็ง ซึ่งถ้าปล่อยไว้ไม่รักษาอาจพัฒนาเป็นมะเร็งได้ และระบุว่าการรักษารอยโรคก่อนมะเร็งเป็นหัตถการที่ไม่ซับซ้อนและได้ผล
แนวทางของราชวิทยาลัยฯ แบ่งขั้นถัดไปตามสายพันธุ์ของเชื้อเอชพีวีที่พบและผลตรวจเซลล์ บางกรณีแนะนำให้ส่องกล้องตรวจปากมดลูก บางกรณีให้ตรวจติดตามที่ 1 ปี ผลบวกจึงเป็นจุดเริ่มของการดูให้ละเอียดขึ้น ไม่ใช่คำวินิจฉัย
คนที่เคยรักษารอยโรคก่อนมะเร็งมาแล้ว ราชวิทยาลัยฯ ระบุว่ายังมีโอกาสสูงที่โรคจะคงอยู่หรือกลับมา จึงควรตรวจติดตามเป็นระยะต่อไป
ห้าคำถามเรื่องรอบคัดกรองปากมดลูก ที่ควรถามคลินิกของตัวเอง
คำถามเหล่านี้เริ่มถามได้จากคลินิกที่ดูแลเรื่องเอชไอวี ซึ่งรู้สถานะของคุณอยู่แล้ว
- ครั้งล่าสุดตรวจเมื่อไร ด้วยวิธีไหน และผลเป็นอย่างไร
- ครั้งต่อไปควรตรวจเมื่อไร ตามแนวทางที่คลินิกใช้
- ตรวจได้ที่ไหน ใช้สิทธิการรักษาอะไรได้บ้าง
- ถ้าผลผิดปกติ จะถูกส่งต่อไปที่ใด
- เก็บตัวอย่างด้วยตัวเองได้หรือไม่ในกรณีของคุณ
บางอาการไม่ควรรอรอบตรวจ องค์การอนามัยโลกให้ไปพบผู้ให้บริการเมื่อมีอาการอย่างเลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือน หลังหมดประจำเดือน หรือหลังมีเพศสัมพันธ์ ตกขาวมากขึ้นหรือมีกลิ่นเหม็น หรือปวดหลัง ขา หรืออุ้งเชิงกรานไม่หาย เรื่องการดูแลสุขภาพทางเพศด้านอื่นหลังรู้ผลเลือด อ่านต่อได้ที่ หลังวินิจฉัย HIV ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างไร
คำถามที่พบบ่อย
มีเชื้อเอชไอวีแต่อายุไม่ถึง 21 ปี ต้องคัดกรองปากมดลูกหรือยัง
แนวทางของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ ไม่แนะนำให้ตรวจคัดกรองในผู้ที่อายุน้อยกว่า 21 ปี ไม่ว่าจะมีเชื้อเอชไอวีมาตั้งแต่อายุเท่าใด ส่วนแนวทางการรักษาเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ในหัวข้อการดูแลผู้ใหญ่ ให้ตรวจแปปสเมียร์เมื่อทราบว่ามีเชื้อ โดยไม่ได้เขียนเกณฑ์อายุ จึงควรถามคลินิกที่ดูแลว่าควรเริ่มเมื่อไร และถ้ามีอาการผิดปกติ ให้ไปพบแพทย์ได้เลยโดยไม่ต้องรอ
คุมไวรัสได้ดีแล้ว เว้นรอบคัดกรองให้ห่างขึ้นได้ไหม
ข้อแนะนำสำหรับสตรีไทยของราชวิทยาลัยฯ ไม่ได้แบ่งรอบตรวจตามปริมาณไวรัสหรือค่าภูมิคุ้มกัน การจะเว้นรอบให้ห่างขึ้นจึงเป็นเรื่องที่แพทย์ผู้ดูแลเป็นคนพิจารณา ไม่ควรเว้นเอง
ได้วัคซีนเอชพีวีครบแล้ว เลิกคัดกรองปากมดลูกได้ไหม
ยังควรตรวจต่อ องค์การอนามัยโลกเขียนว่าการตรวจคัดกรองเป็นประจำยังสำคัญแม้ฉีดวัคซีนเอชพีวีแล้ว ส่วนราชวิทยาลัยฯ ให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วยังรับการตรวจคัดกรอง
อายุเท่าไรจึงหยุดตรวจได้
ข้อแนะนำสำหรับสตรีไทยของราชวิทยาลัยฯ ระบุว่าไม่มีเกณฑ์อายุที่ให้หยุดตรวจ ขณะที่คำแนะนำขององค์การอนามัยโลกซึ่งสรุปไว้ในเอกสารเดียวกันมีเกณฑ์ให้หยุดได้ การหยุดตรวจจึงเป็นเรื่องที่ต้องถามแพทย์ที่ดูแล ไม่ควรหยุดเอง
ไปตรวจภายในนอกคลินิกเอชไอวี ควรแจ้งสถานะหรือไม่
การแจ้งช่วยให้ได้รอบตรวจที่ตรงกับตัวเอง เพราะคำแนะนำสำหรับผู้ที่มีเชื้อต่างจากคนทั่วไป ถ้าไม่สะดวกใจ ลองถามคลินิกเอชไอวีว่าช่วยเขียนใบส่งตรวจหรือประสานให้ได้หรือไม่
สรุป
- องค์การอนามัยโลกระบุว่าผู้หญิงที่มีเชื้อเอชไอวีมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกมากกว่าผู้หญิงที่ไม่มีเชื้อ 6 เท่า และแนะนำให้เริ่มตรวจที่อายุ 25 ปี ทุก 3 ถึง 5 ปี
- ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ ให้เริ่มที่อายุ 21 ปีหรือเมื่อมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว 1 ปีขึ้นไป รอบตรวจทุกปีหรือทุก 3 ปีตามวิธีตรวจและอายุ ส่วนแนวทางการรักษาเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ให้ผู้ใหญ่ที่มีเชื้อตรวจแปปสเมียร์ตั้งแต่ทราบว่ามีเชื้อและปีละครั้ง
- ถ้าได้รับนัดตามรอบของโครงการคัดกรองทั่วไป ให้ถามแพทย์ที่ดูแลว่าควรเริ่มเร็วหรือตรวจถี่กว่านั้นหรือไม่ อย่าเลื่อนหรือข้ามรอบตรวจเอง
- ผลคัดกรองผิดปกติยังไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง ให้ตรวจต่อตามที่แพทย์นัด
- มีเลือดออกผิดปกติหรืออาการอื่นที่กังวล ให้ไปพบแพทย์โดยไม่ต้องรอรอบตรวจ
มูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation) รวบรวมแนวทางการคุยเรื่องสุขภาพทางเพศกับผู้ให้บริการและคู่ไว้ที่ สุขภาพทางเพศและการสื่อสารอย่างปลอดภัย
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- Cervical cancer · องค์การอนามัยโลก (ปรับปรุง 3 กรกฎาคม 2569)
- แนวทางเวชปฏิบัติ เรื่อง การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ · ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย (ตุลาคม 2566)
- แนวทางการตรวจวินิจฉัย รักษา และป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 · กรมควบคุมโรค
- Evaluation of cervical cancer screening strategies in women living with HIV in Thailand · วารสาร Cancer Communications (2568)


