เริมขึ้นซ้ำบ่อย เป็นเรื่องที่คนอยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีเจอกันมาก และไม่ได้แปลว่าดูแลตัวเองไม่ดี เพราะไวรัสเริมอาศัยอยู่ในเส้นประสาทแล้วสลับช่วงสงบกับช่วงตื่นตัว บทความนี้เล่าว่าทำไมมันกลับมา อะไรที่มักกระตุ้น และจะคุยกับคลินิกอย่างไรให้ได้แผนลดความถี่

เริมขึ้นซ้ำบ่อย เกิดจากอะไรเมื่อกำลังรักษาเอชไอวี

องค์การอนามัยโลกอธิบายว่าไวรัสเริมอยู่ในเซลล์ประสาทและสลับระหว่างช่วงไม่ทำงานกับช่วงทำงาน เมื่อมีสิ่งกระตุ้น ไวรัสจะกลับมาทำงานอีกและทำให้เกิดตุ่มหรือแผล ยาที่มีอยู่ช่วยลดความรุนแรงและลดความถี่ได้ แต่ไม่ได้กำจัดไวรัสออกจากร่างกาย นี่คือเหตุที่เรียกว่าขึ้นซ้ำ ไม่ใช่ติดใหม่

คนส่วนใหญ่มีอาการน้อยหรือไม่มีเลย และรอบที่กลับมาขึ้นมักสั้นกว่าและเบากว่าครั้งแรก แนวทางดูแลโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของออสเตรเลียยังระบุว่าในกรณีของเชื้อชนิดที่ทำให้เกิดเริมที่อวัยวะเพศ รอบที่กลับมาขึ้นจะพบมากในปีแรก แล้วมักค่อย ๆ ถี่น้อยลงและเบาลงเมื่อเวลาผ่านไป

ส่วนที่เกี่ยวกับเอชไอวีโดยตรงคือเรื่องภูมิคุ้มกัน องค์การอนามัยโลกระบุว่าในคนที่ภูมิคุ้มกันถูกกด รวมถึงคนที่เอชไอวีอยู่ในระยะที่คุมไม่ได้ อาการของเริมมักรุนแรงกว่าและกลับมาขึ้นถี่กว่า และเชื้อชนิดนี้เป็นหนึ่งในการติดเชื้อที่พบมากที่สุดในคนที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี การใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวีให้ต่อเนื่องจึงเป็นส่วนหนึ่งของการลดความถี่ ไม่ใช่เรื่องแยกกัน

อีกข้อที่แนวทางออสเตรเลียเขียนไว้ตรง ๆ คือเริมที่อวัยวะเพศเป็นเรื่องที่ถูกตีตราหนักและคนเข้าใจผิดกันมาก การได้คำอธิบายที่ชัดตั้งแต่ตอนวินิจฉัยช่วยลดความทุกข์ได้จริง ไม่ใช่เรื่องเล็ก และเป็นสิ่งที่ขอจากคลินิกได้

สิ่งที่มักกระตุ้นให้กลับมาขึ้นอีก

สิ่งกระตุ้นไม่เหมือนกันในแต่ละคน การหาของตัวเองจึงมีค่ากว่าการอ่านรายการรวม ๆ แต่รายการนี้ใช้เป็นจุดเริ่มสังเกตได้

  • ช่วงที่ร่างกายอ่อนแรง เช่น มีไข้ หรือเพิ่งผ่านการเจ็บป่วยอย่างอื่น
  • ความเครียดและการนอนไม่พอต่อเนื่องหลายคืน
  • การเสียดสีบริเวณผิวหนังนั้น รวมถึงจากเพศสัมพันธ์หรือเสื้อผ้าที่รัดเกินไป
  • แสงแดด ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นที่พบในเริมที่ปาก องค์การอนามัยโลกระบุว่าการเลี่ยงแดดและใช้ครีมกันแดดช่วยลดรอบที่กลับมาขึ้นในคนกลุ่มนี้ได้
  • ช่วงที่ภูมิคุ้มกันถูกกด ซึ่งรวมถึงช่วงที่การรักษาเอชไอวีสะดุด
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนตามรอบเดือนในบางคน

สังเกตให้ชัดว่าของตัวเองคืออะไรแล้วจัดการที่ต้นเหตุเท่าที่ทำได้ เช่น แก้เรื่องการนอนก่อนไปแก้เรื่องอื่น และไม่ต้องรู้สึกผิดถ้าหาสาเหตุไม่ได้ทุกครั้ง เพราะหลายรอบไม่มีตัวกระตุ้นที่ชี้ได้

Quicky

จดรอบการขึ้นซ้ำเพื่อให้คลินิกเห็นภาพ

คำว่า "บ่อย" ของผู้ป่วยกับของคลินิกมักไม่ตรงกัน สิ่งที่ทำให้คุยกันรู้เรื่องคือตัวเลขของตัวเอง ไม่ต้องละเอียดแบบงานวิจัย แค่พอให้เห็นรูปแบบ

สิ่งที่จดใช้ทำอะไรในห้องตรวจ
วันที่เริ่มมีอาการแต่ละรอบนับได้ว่ากลับมาขึ้นกี่รอบในช่วงเวลาหนึ่ง
ตำแหน่งที่ขึ้นและกี่วันจึงหายช่วยแยกจากสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดแผลคล้ายกัน
สิ่งที่เกิดก่อนขึ้นสองสามวันช่วยหาตัวกระตุ้นของตัวเอง
ยาที่ใช้รอบนั้นและได้ผลแค่ไหนช่วยให้แพทย์ประเมินว่าควรปรับแผนหรือไม่
ผลกระทบต่อชีวิต เช่น ต้องลางาน หรือเจ็บจนนอนไม่ได้เป็นข้อมูลที่ใช้ชั่งน้ำหนักว่าควรวางแผนป้องกันรอบใหม่หรือยัง

เอาบันทึกนี้ไปคุยแล้วถามตรง ๆ ว่ามีทางเลือกอะไร แนวทางของออสเตรเลียเขียนไว้ว่าคนที่กลับมาขึ้นถี่หรือรุนแรงอาจได้รับการดูแลแบบกินยาป้องกันต่อเนื่อง หรือแบบใช้ยาเฉพาะช่วงที่มีอาการ และการเลือกขึ้นกับความถี่ ความรุนแรง และผลกระทบต่อชีวิต อีกข้อคือความจำเป็นของแบบต่อเนื่องควรถูกทบทวนเป็นระยะ เพราะรอบที่กลับมาขึ้นมักเบาลงเมื่อเวลาผ่านไป

เรื่องชื่อยา ขนาด และระยะที่ต้องใช้ เป็นการตัดสินใจของแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแล ไม่ใช่สิ่งที่หาซื้อเองหรือใช้ยาเหลือของคนอื่น แนวทางเดียวกันยังเตือนว่าถ้าใช้ยาแล้วอาการยังอยู่ ควรให้ประเมินสาเหตุอื่นด้วย ไม่ใช่เพิ่มยาไปเรื่อย ๆ อ่านพื้นฐานเรื่องเริมได้ที่ โรคเริม โรคติดต่อทางผิวหนังที่ป้องกันได้

ลดโอกาสส่งต่อให้คู่ และคุยกันอย่างไร

ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนคุยคือเชื้อนี้ส่งต่อได้มากที่สุดเมื่อมีแผลหรือตุ่ม แต่ก็ส่งต่อได้แม้ผิวดูปกติและไม่มีอาการ ถุงยางอนามัยลดความเสี่ยงได้ แต่ลดไม่หมด เพราะผิวบริเวณที่ถุงยางไม่คลุมก็ส่งต่อได้ ข้อนี้มาจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก

  • งดการสัมผัสใกล้ชิดบริเวณที่มีอาการจนกว่าแผลจะหาย
  • ใช้ถุงยางอนามัยเป็นปกติ ไม่ใช่เฉพาะช่วงที่มีอาการ
  • สำหรับเริมที่ปาก เลี่ยงออรัลเซ็กซ์ช่วงมีอาการ และไม่ใช้ของที่สัมผัสน้ำลายร่วมกัน
  • ถ้ากำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ ให้บอกผู้ให้บริการ เพราะมีเรื่องที่ต้องวางแผนเพิ่ม
  • ถ้าคู่มีอาการที่สงสัยว่าเป็นเริม ควรไปตรวจที่สถานพยาบาล ไม่ใช่เทียบจากรูปในอินเทอร์เน็ต

เรื่องการบอกคู่ แนวทางออสเตรเลียระบุว่าการตามหาคู่ย้อนหลังไม่ใช่สิ่งที่แนะนำสำหรับเริม แต่คนที่อยากบอกคู่ปัจจุบันหรือคู่ในอนาคตควรได้รับการช่วยเหลือ ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยซ้อมบทสนทนาได้ และเลือกเวลาที่ไม่ใช่กลางเรื่องบนเตียง

ถ้าอยากลดทั้งเริมและโรคอื่นไปด้วยกัน การตรวจตามรอบและการใช้ถุงยางยังเป็นแกนหลัก อ่านภาพรวมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ที่ STI: รู้ทัน ตรวจเป็น และรักษาได้

อาการแบบไหนไม่ควรรอ

ส่วนใหญ่รอนัดปกติได้ แต่มีบางสถานการณ์ที่ควรติดต่อคลินิกเร็วกว่านั้น

  • รอบนี้แผลกว้างกว่าเดิมชัดเจน เจ็บมากกว่าเดิม หรือไม่หายในเวลาที่เคยหาย
  • มีไข้ ปวดเมื่อยทั่วตัว หรือต่อมน้ำเหลืองโตร่วมด้วย
  • ปัสสาวะไม่ออกหรือเจ็บมากจนกลั้นไว้ ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องให้ประเมินทันที
  • แผลขึ้นใกล้ตา หรือมีอาการทางตา
  • มีอาการทางระบบประสาท เช่น ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง ขาอ่อนแรง
  • แผลไม่ตอบสนองต่อการรักษาที่เคยได้ผล ซึ่งควรให้ประเมินสาเหตุอื่น

แนวทางของออสเตรเลียยังเขียนไว้ว่าในคนที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อการดูแลไม่ตรงไปตรงมา ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นเหตุผลให้บอกคลินิกเดิมที่ทราบประวัติยาของตัวเอง แทนการเดินเข้าร้านยา

Love2Test

คำถามที่พบบ่อย

เริมขึ้นซ้ำแปลว่าการรักษาเอชไอวีล้มเหลวไหม

ไม่ได้แปลอย่างนั้นโดยอัตโนมัติ คนที่กดไวรัสได้ดีก็มีรอบที่กลับมาขึ้นได้ แต่ถ้าถี่ขึ้นมากหรือรุนแรงขึ้น ควรเอาเรื่องนี้ไปคุยพร้อมผลติดตามล่าสุด

ควรเริ่มยาตอนไหนจึงจะได้ผลดีที่สุด

องค์การอนามัยโลกระบุว่าการรักษารอบที่กลับมาขึ้นได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มภายในสองวันแรกหลังเริ่มมีอาการ จึงควรมีแผนที่คุยกับแพทย์ไว้ล่วงหน้าว่าจะทำอะไรเมื่อรู้สึกเสียวหรือคันนำมา

มีวิธีทำให้หายขาดไหม

ยังไม่มี ยาที่ใช้อยู่ลดอาการและลดความถี่ได้ แต่ไม่กำจัดไวรัส ข้อนี้ตรงกันทั้งข้อมูลขององค์การอนามัยโลกและแนวทางของคลินิก

ไม่มีอาการแล้วยังส่งต่อให้คู่ได้ไหม

ได้ เชื้อส่งต่อได้แม้ผิวดูปกติ ความเสี่ยงสูงสุดคือช่วงที่มีแผล การใช้ถุงยางเป็นปกติจึงยังมีประโยชน์แม้ไม่มีอาการ

ตุ่มที่ขึ้นแถวก้นหรือต้นขา เป็นเริมได้ไหม

ได้ แนวทางของออสเตรเลียระบุว่าแผลนอกบริเวณอวัยวะเพศพบได้ที่หลังล่าง ก้น ขาหนีบ และต้นขา ถ้าไม่แน่ใจให้ไปตรวจ อย่าวินิจฉัยเองจากตำแหน่ง

ซื้อยาเริมที่ร้านยาเองได้ไหม

ไม่ควร เพราะต้องเลือกให้เข้ากับยาต้านไวรัสที่ใช้อยู่และกับประวัติของแต่ละคน ให้คลินิกที่ทราบประวัติเป็นผู้วางแผน จะได้ไม่เกิดปัญหาระหว่างยา

สรุป

เริมขึ้นซ้ำบ่อย ไม่ใช่ความผิดของใคร และมีทางลดความถี่ได้จริง สิ่งที่ช่วยที่สุดคือจดรอบของตัวเองไว้ รักษาเอชไอวีให้ต่อเนื่อง และเอาบันทึกไปคุยกับคลินิกเพื่อขอแผนที่เหมาะกับความถี่ของตัวเอง

ขั้นต่อไปที่ทำได้วันนี้คือเปิดโน้ตในโทรศัพท์ จดวันที่รอบล่าสุดกับรอบก่อนหน้าไว้ แล้วตั้งใจถามเรื่องแผนลดความถี่ในนัดครั้งถัดไป รายละเอียดเรื่องเริมที่อวัยวะเพศอ่านต่อได้ที่ เริมที่อวัยวะเพศ รักษาอย่างไร

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

Chat Love2Test

แหล่งอ้างอิง

แหล่งอ้างอิงที่ตรวจทาน

ตรวจทานแหล่งข้อมูลล่าสุด: 5 ตุลาคม 2569