ถ้าต้องนอนโรงพยาบาลด้วยโรคอื่นระหว่างรักษาเอชไอวี อย่าหยุดยาต้านเอชไอวีเอง และบอกทีมที่ดูแลตั้งแต่แรกว่ากินยาอะไรอยู่ ยาต้องไม่ขาดในที่นี้หมายถึงไม่ขาดเพราะเราหยุดเอง ยาหมด หรือไม่มีใครรู้ว่าเรากินอยู่ ส่วนการพักยาช่วงผ่าตัดเป็นเรื่องที่แพทย์ตัดสิน ไม่ใช่ตัวเราเอง
นอนโรงพยาบาลด้วยโรคอื่น ต้องหยุดยาต้านเอชไอวีไหม
ไม่ใช่เรื่องที่เราตัดสินหรือหยุดเอง หน้าความรู้ของกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เขียนว่า เอชไอวีรักษาได้แต่ยังรักษาไม่หายขาด จำเป็นต้องกินยาต้านไปตลอดชีวิต และแนวทางการรักษาของไทยฉบับปี 2564/2565 ในบทการดูแลผู้ใหญ่ ให้ผู้มีเชื้อเอชไอวีทุกคนได้รับคำแนะนำเรื่องการกินยาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอตลอดชีวิต ส่วน NHS ซึ่งเป็นระบบบริการสุขภาพของสหราชอาณาจักร เขียนว่ายังไม่มีวิธีรักษาเอชไอวีให้หายขาด
กองโรคเอดส์ฯ เขียนด้วยว่า หากลืมกินยาบ่อย ๆ อาจทำให้เชื้อกลายพันธุ์ ทำให้การรักษายากขึ้น และดื้อต่อยาที่ใช้อยู่กับยาตัวอื่นในกลุ่มเดียวกัน
แต่มีกรณีที่ต้องพักยาจริง บทเดียวกันของแนวทางเขียนว่า เมื่อมีการผ่าตัด โดยเฉพาะการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องอดอาหารหลายวัน ผู้มีเชื้อเอชไอวีต้องหยุดยาชั่วคราว การหยุดที่ไม่ถูกต้องเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยา และการหยุดที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับสูตรยาที่กินอยู่ ส่วนการผ่าตัดเล็กที่ไม่ต้องอดอาหาร แนวทางให้คงกินยาตามเวลาเดิม ข้อมูลนี้เขียนให้แพทย์ใช้ ไม่ได้มีไว้ให้เราตัดสินเองว่าเข้าแบบไหน
“ไม่หยุดเอง” ไม่เท่ากับ “ไม่ต้องบอกใคร” ถ้ากินยาแบบเดิมไม่สะดวก เช่น ต้องงดน้ำงดอาหารก่อนทำหัตถการ หรือคลื่นไส้อาเจียน ให้บอกทีมที่ดูแลเพื่อวางแผน ไม่ใช่แก้เองเงียบ ๆ อ่านภาพรวมเรื่องดูแล HIV ระยะยาวประกอบได้
รู้ล่วงหน้าว่าต้องนอนโรงพยาบาล ควรจัดอะไรใส่กระเป๋า
ถ้าเป็นการนัดล่วงหน้า เช่น การผ่าตัดที่วางแผนแล้ว ให้บอกที่รับยาประจำตั้งแต่รู้วัน เพราะแนวทางการรักษาของไทยฉบับปี 2564/2565 เขียนว่า การผ่าตัดที่นัดล่วงหน้าและต้องหยุดยานานกว่า 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด ยาต้านบางสูตรต้องเริ่มปรับตั้งแต่หนึ่งถึงสองสัปดาห์ก่อนวันผ่าตัด อย่าปรับหรือหยุดเองล่วงหน้า และถามเรื่องวันรับยาที่คาบเกี่ยวด้วย
ของที่ควรจัดอยู่ในตาราง ยาที่แบ่งใส่กล่องแบ่งวันไม่มีฉลากให้อ่าน ถ้าพาไปทั้งซองเดิมได้ ให้พาไปแบบนั้น
| สิ่งที่จัดไป | มีไว้เพื่ออะไร | ขอได้จากที่ไหน |
|---|---|---|
| ยาต้านที่เหลือทั้งหมด พร้อมซองหรือกล่องเดิม | ฉลากเดิมบอกได้ว่าเป็นยาอะไร | ที่บ้าน ไม่ต้องถ่ายใส่ภาชนะอื่น |
| รายการยา วิตามิน และอาหารเสริมทุกอย่างที่ใช้อยู่ | แนวทางการรักษาของไทยมียาที่ห้ามใช้ร่วมกับยาต้านบางตัว และให้ตรวจสอบวิตามินที่กินเมื่อใช้ยาต้านบางกลุ่ม | เขียนเองจากซองยา หรือขอจากที่รับยา |
| สำเนาผลตรวจล่าสุด และใบนัดครั้งถัดไป | ให้เห็นว่าการรักษาเดินมาถึงไหน และนัดหน้าคือเมื่อไร | ที่รับยาประจำ |
| ชื่อกับเบอร์ติดต่อของที่รับยาประจำ | ให้ทีมในหอผู้ป่วยติดต่อถามเรื่องสูตรยาได้ | ใบนัด หรือบันทึกในโทรศัพท์ |
ถ้ายังไม่ได้บอกเรื่องเอชไอวีกับคนที่จะมาเฝ้า ฉลากยาและใบนัดบอกได้ว่าเป็นยาอะไรและรับที่ไหน เก็บในกระเป๋าที่ปิดได้ และถามพยาบาลว่าฝากยาไว้ที่หอผู้ป่วยได้หรือไม่
ทำไมทีมในหอผู้ป่วยต้องรู้ว่าคุณกินยาต้านอยู่
คนที่ควรรู้คือคนที่สั่งยาและจ่ายยาให้คุณ ได้แก่แพทย์เจ้าของไข้ พยาบาลที่ดูแล และเภสัชกร ข้อแรกเป็นเรื่องยาที่ใช้ร่วมกัน แนวทางการรักษาของไทยฉบับปี 2564/2565 มีตารางปฏิกิริยาระหว่างยาต้านเอชไอวีกับยาอื่นที่สำคัญ บางคู่เขียนว่าห้ามใช้ร่วมกัน บางคู่ให้เว้นระยะห่างหรือพิจารณาใช้ยากลุ่มอื่น ผู้สั่งยาเทียบไม่ได้ถ้าไม่รู้ว่าเรากินอะไรอยู่
ข้อที่สองเป็นเรื่องอาการ กองโรคเอดส์ฯ เขียนในหัวข้อผลข้างเคียงจากยาต้านว่า หากมีอาการใดอาการหนึ่งต่อไปนี้ต้องรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน เนื่องจากอาจมีอาการรุนแรงตามมาถึงขั้นเสียชีวิตได้ เช่น ผื่นลมพิษ ผื่นแดงตามตัว ผิวลอก ปากหรือหน้าบวม ตัวเหลืองตาเหลือง ไข้สูงหนาวสั่น หรือหายใจไม่สะดวก ถ้ามีอาการชุดนี้ระหว่างนอนโรงพยาบาล ให้บอกพยาบาลทันที และบอกด้วยว่ากินยาต้านอยู่
ญาติหรือเพื่อนที่มาเฝ้าไม่จำเป็นต้องรู้ ถ้ายังไม่ได้บอกเขา ขอคุยกับแพทย์หรือพยาบาลตอนไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย และบอกทีมตรง ๆ ว่ายังไม่ได้บอกใคร ประโยคเปิดที่ใช้ได้ เช่น บอกว่ามียาประจำที่ต้องกินต่อเนื่อง เอามาด้วยแล้ว ขอให้ดูก่อนสั่งยาเพิ่ม แล้วยื่นซองยากับรายการยา และถามว่าให้กินยาจากซองที่พามาเอง หรือรอยาที่หอผู้ป่วยจัดให้

ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ทำอย่างไรให้นัดกับยาเดินต่อ
ก่อนกลับบ้านควรถามสามเรื่อง ยาต้านยังรับที่เดิมไหม นัดเดิมยังใช้ได้หรือต้องเลื่อน และถ้ายาที่พามาหมดแล้ว ใครเป็นคนเติมให้ ถ้าระหว่างนี้มีการพักยา ให้ถามเพิ่มว่าเริ่มกินอีกครั้งเมื่อไร แนวทางการรักษาของไทยฉบับปี 2564/2565 เขียนถึงกรณีผ่าตัดว่า ให้กลับมากินยาสูตรเดิมเมื่อแน่ใจว่ากินยาได้ และควรตรวจปริมาณไวรัสในเลือดที่ 2 เดือนหลังผ่าตัด จึงควรแจ้งที่รับยาประจำว่ามีการพักยา
ขอสำเนาสรุปการรักษาครั้งนี้ไว้ แล้วส่งต่อให้ที่รับยาประจำในนัดถัดไป โดยเฉพาะถ้ามีการสั่งยาใหม่เพิ่ม เรื่องผลตรวจปริมาณไวรัส อ่านต่อได้ที่อ่านผลและเตรียมคุยกับแพทย์
เรื่องค่าใช้จ่าย กองโรคเอดส์ฯ เขียนในหน้าสิทธิประโยชน์ว่า ผู้มีเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ระบบการรักษาได้ฟรี ครอบคลุมทุกสิทธิการรักษา ข้อความนี้พูดถึงการรักษาเอชไอวี ไม่ได้พูดถึงค่ารักษาโรคที่ทำให้ต้องนอนโรงพยาบาลครั้งนี้ ซึ่งต้องถามตามสิทธิของตัวเอง
อ่านพื้นเรื่องการรักษาได้ที่คลังความรู้ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation) หัวข้อ ART: การรักษา HIV ที่ช่วยให้สุขภาพดีและกดไวรัสได้
คำถามที่พบบ่อย
ถูกรับตัวฉุกเฉินโดยไม่ได้เอายาไปด้วย ทำอย่างไร
บอกทีมที่ดูแลตั้งแต่ตอนนั้นว่าใช้ยาต้านอยู่ แม้จำชื่อยาไม่ได้ก็บอกเท่าที่รู้ เช่น รับยาที่ไหนและนัดล่าสุดเมื่อไร ถ้าจะให้คนที่มาเยี่ยมถ่ายรูปซองยาที่บ้านส่งมา ชื่อยาบนซองบอกได้ว่าเป็นยาอะไร ถ้ายังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเขา ลองขอให้ทีมติดต่อที่รับยาประจำแทน
ต้องงดน้ำงดอาหารก่อนทำหัตถการ ยาต้านจะทำอย่างไร
อย่าเดาเองว่าต้องข้ามหรือกินตามเดิม ให้ถามทีมที่ดูแลก่อนถึงเวลางด แนวทางการรักษาของไทยฉบับปี 2564/2565 เขียนถึงการผ่าตัดว่า การหยุดยาที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับสูตรยา และบางกรณีให้กินตามเวลาเดิม คนที่บอกได้คือแพทย์ ถ้าอาเจียนหลังกินยา ให้บอกด้วย อย่าตัดสินเองว่ายาลงไปแล้วหรือยัง
ระหว่างนอนโรงพยาบาลมีผื่นขึ้น ควรรอบอกตอนเช้าไหม
ไม่ต้องรอ กองโรคเอดส์ฯ จัดผื่นลมพิษ ผื่นแดงตามตัว ปากหรือหน้าบวม ตัวเหลืองตาเหลือง ไข้สูงหนาวสั่น และหายใจไม่สะดวก ไว้ในชุดอาการของคนกินยาต้านที่ต้องรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน บอกพยาบาลทันที และบอกด้วยว่ากินยาต้านอยู่
หมอแผนกอื่นสั่งยาใหม่ระหว่างอยู่โรงพยาบาล ควรถามอะไร
ถามว่ายาที่จะเพิ่มนี้ใช้ร่วมกับยาต้านที่กินอยู่ได้ไหม แล้วให้เขาดูรายการยาทั้งหมด การเทียบว่าตัวไหนใช้ร่วมกันได้เป็นงานของแพทย์หรือเภสัชกร ไม่ใช่เรื่องที่เทียบเองจากอินเทอร์เน็ต เว็บของ HIV i-Base องค์กรการกุศลในสหราชอาณาจักร เขียนกำกับว่าข้อมูลบนเว็บเป็นแนวทางเท่านั้น การตัดสินใจเรื่องการรักษาควรทำร่วมกับแพทย์เสมอ
นอนโรงพยาบาลข้ามจังหวัด รับยาต้านที่นั่นได้ไหม
อย่าถือว่าได้หรือไม่ได้ไว้ล่วงหน้า หน้าสิทธิประโยชน์ของกองโรคเอดส์ฯ ที่เปิดอ่านไม่ได้เขียนเรื่องนี้ ให้ถามทีมที่ดูแลว่าใครติดต่อใคร ต้องถือเอกสารอะไรกลับไปให้ที่รับยาประจำ และให้เบอร์ของที่รับยาไว้ ถ้ายาใกล้หมด ให้บอกก่อนหมดจริง
สรุป
- อย่าหยุดยาต้านเอชไอวีเอง และบอกทีมที่ดูแลตั้งแต่แรกว่ากินยาอะไรอยู่
- ถ้าต้องพักยาเพราะผ่าตัด แนวทางการรักษาของไทยฉบับปี 2564/2565 เขียนว่าการหยุดที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับสูตรยา ให้แพทย์เป็นคนวางแผน และถามว่าจะกลับมากินเมื่อไร
- พายาไปทั้งซองเดิม พร้อมรายการยา วิตามิน และอาหารเสริม ใบนัด และเบอร์ของที่รับยาประจำ
- คนที่สั่งยาและจ่ายยาควรรู้ เพราะแนวทางเดียวกันมียาบางคู่ที่ห้ามใช้ร่วมกับยาต้าน ส่วนคนที่มาเฝ้าไม่จำเป็นต้องรู้
- ผื่นตามตัว ปากหรือหน้าบวม ตาเหลือง ไข้สูงหนาวสั่น หรือหายใจไม่สะดวก กองโรคเอดส์ฯ ให้คนกินยาต้านรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน อยู่ในหอผู้ป่วยให้บอกพยาบาลทันที
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 กรมควบคุมโรค ส่วนการกินยาต่อเนื่อง ปฏิกิริยาระหว่างยา และการผ่าตัด
- HIV INFO HUB+ — รักษาอย่างไร (กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์)
- HIV INFO HUB+ — สิทธิประโยชน์ด้านเอชไอวี
- NHS — HIV and AIDS
- HIV i-Base — HIV and your quality of life


